จังหวัดชุมพร

ข้อมูลผลสำเร็จการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ (Best Practice)
อำเภอเมืองชุมพร  จังหวัดชุมพร

1.สภาพทั่วไปของครัวเรือนที่คัดเลือกมา (ข้อมูลภาพรวม)
-ครอบครัวนายประพาส  ทวยนาค  อายุ  36  ปี  อยู่บ้านเลขที่  92  หมู่ที่  1  ตำบลวิสัยเหนือ  อำเภอเมืองชุมพร  จังหวัดชุมพร  
-การศึกษา  ประถมปีที่  4
-อาชีพ  รับจ้างทั่วไป
-สุขภาพ  แข็งแรง
-สมาชิกในครอบครัว  5  คน
2.สภาพปัญหาครัวเรือนที่ประสบอยู่
     ครอบครัวมีรายได้น้อย  (ต่ำกว่าเกณฑ์  20,000  บาท/คน/ปี)  สมาชิกในครอบครัวสามารถประกอบอาชีพได้เพียงคนเดียว คือ ตัวนายประพาสฯ  ส่วนสมาชิกในครอบครัวอื่นไม่ได้ประกอบอาชีพเนื่องจากมารดา  เป็นผู้สูงอายุและสุขภาพไม่ค่อยสมบูรณ์ ทำให้ภรรยาของนายประพาสฯ ต้องอยู่บ้านช่วยเหลือดูแล และบุตรอยู่ในวัยเรียน ไม่สามารถช่วยเหลือในการประกอบอาชีพได้เท่าที่ควร  สภาพครัวเรือนค่อนข้างแคบเมื่อเทียบกับสมาชิกจำนวน  5  คน
3.แนวคิดการจัดการแก้ไข
     1.จัดอบรมให้ความรู้เพื่อส่งเสริมอาชีพให้ไปประกอบอาชีพเพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น 
     2.มอบปัจจัยการผิลิต (หมู 3 ตัว และอาหาร 10 กระสอบ) เพื่อนำไปเลี้ยง เพื่อให้มีรายได้เพิ่มและเป็นทุนเหลือเก็บ
     3.ให้ปรับปรุงพื้นที่บริเวณข้างเคียงบ้านเรือนที่เหลือว่างอยู่  โดยการปลูกผัก  เพื่อเป็นรายได้เสริมและใช้กินในครอบครัว ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
     4.ส่งเสริมให้มีการจัดทำบัญชีครัวเรือน เพื่อให้ทราบถึงรายได้ รายจ่าย การออม และการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และประหยัดการใช้จ่ายพลังงานไฟฟ้า
     5.ขอความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการสนับสนุนช่วยเหลือผู้สูงอายุโดยมอบเบี้ยยังชีพให้  และให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือดูแล
4.วิธีการดำเนินการของ  ศตจ.ในการแก้ไขปัญหา
     1.บูรณาการกับทุกภาคส่วน  โดยการจัดอบรมให้ความรู้ในการประกอบอาชีพด้านต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ และพิจารณาศักยภาพของผู้ผ่านการอบรมว่มีความต้องการที่จะประกอบอาชีพเสริมในด้านใด  และให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น
     2.ศตจ.อำเภอได้มอบปัจจัยการผลิตทางด้านปศุสัตว์ (หมู 3 ตัว พร้อมอาหาร 10 กระสอบ) เพื่อนำไปเลี้ยง โดยปรับพื้นที่บริเวณข้างเคียงให้เกิดประโยชน์ เป็นคอกหมู และจัดทำแปลงปลูกผักสวนครัว เพื่อเป็นการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้
     3.แนะนำให้มีการจัดทำบัญชีครัวเรือน แสดงรายรับ รายจ่าย และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และเน้นให้ช่วยประหยัดพลังงาน
     4.ในส่วนของผู้สูงอายุ  ได้ประสานให้ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสนับสนุนช่วยเหลือด้านเบี้ยยังชีพ  และให้ชุมชนช่วยเหลือดูแลด้านอื่น ๆ
     5.ภรรยาของนายประพาสฯ สามารถดูแลครอบครัว และมีเวลาในการช่วยเหลือสามีในการดูแลมารดา  ซึ่งอายุมาก
5.ปัญหาอุปสรรคและการแก้ไขปัญหาที่ตามมา  (ถ้ามี)
     -ไม่มี
6.สัมฤทธิผลที่ถือว่าเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ที่เกิดขึ้นแก่ครัวเรือน
     ซึ่งจาการติดตามผล  เมื่อขายหมูในรุ่นแรกที่ได้รับมอบปัจจัยจากทาง  ศตจ.อ.  (จำนวน  3  ตัว)  สามารถนำเงินส่วนที่ออมและเงินที่รวมกับค่าจำหน่ายหมูในรุ่นแรก  นำไปซื้อลูกหมูมาเลี้ยงเพิ่มเติม จำนวน  10  ตัว  มีรายได้หมุนเวียนเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว นอกเหนือจากรายได้ในการประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป  สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนได้และผู้สูงอายุก็ได้รับการช่วยเหลือดูแลจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชนมีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ครอบครัวมีรายได้เพิ่มขึ้น มีอาชีพเสริมที่สามารถประกอบอาชีพได้ในที่บริเวณที่ข้างเคียงกับบ้านที่อยู่อาศัย  และพัฒนาพื้นที่ให้มีรายได้เสริม  เป็นการช่วยแบ่งเบาภาระหัวหน้าครอบครัวซึ่งเดิมต้องรับภาระหนัก  หาเลี้ยงครอบครัวเพียงคนเดียว โดยสามารถให้ภรรยาช่วยเหลือได้  และมีเวลาดูแลผู้สูงอายุ  โดยไม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน  บุตรสามารถช่วยเหลือได้หลังจากเลิกเรียน  รู้จักพัฒนาความเป็นอยู่ให้มีแนวทางในการดำรงชีวิตอย่างพอเพียงปรับปรุงพื้นที่ให้เกิดประโยชน์เป็นรายได้  และสังคมมีการเอาใจใส่ช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน  และเป็นกำลังใจให้มีการดิ้นรนต่อสู้ในการแก้ไขปัญหาด้วยตนเองในพื้นที่
7.สรุปบทเรียนที่ได้
     การแก้ไขปัญหาความยากจนจะต้องมีการพัฒนาผู้ประสบปัญหาให้มีความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้และช่วยเหลือตนเองเป็นหลัก  โดยมีการบูรณาการช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนสนับสนุนช่วยเหลือเงินทุน  หรือวัสดุในการส่งเสริมอาชีพให้มีการแก้ไขปัญหา  ต้องมีความพึงพอใจในสิ่งที่มีอยู่  รู้จักประหยัด  ออม  ไม่ฟุ้งเฟ้อ  รวมทั้งรู้จักคิดปรับเปลี่ยนทัศนคติ  แนวทางการดำเนินชีวิต  อย่างพอเพียง  ก็จะเกิดประโยชน์และความสุขอย่างแท้จริง
 


                                 ***************************************
ข้อมูลผลสำเร็จการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ (Best Practice)
อำเภอหลังสวน  จังหวัดชุมพร

 

โครงการสร้างบ้าน  "เพื่อนช่วยเพื่อน"

เนื่องจากรัฐบาลได้มีนโยบายในการแก้ไขปัญหาความยากจนให้หมดสิ้นไปภายในปี 2551 เพื่อเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาล อำเภอหลังสวนจึงได้กำหนดโครงการเพื่อนช่วยเพื่อนในการแก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัย โดยอำเภอหลังสวนมีครัวเรือนยากจนที่มีรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย และไม่สามารถสร้างที่อยู่อาศัยหรือเช่า หรือผ่อนได้  ซึงมีจำนวนทั้งสิ้นประมาณ  30  ครัวเรือน  ที่มีที่อยู่อาศัยไม่ถูกสุขลักษณะ ไม่สามารถคุ้มกันแดดและฝนได้   
หากไม่ดำเนินการช่วยเหลือก็จะทำให้เกิดความลำบากในการดำรงชีพ  โดยกำหนดหลักเกณฑ์ของครัวเรือนยากจนที่ได้รับความช่วยเหลือ คือ   
          1. บุคคลครัวเรือนยากจนจะต้องมีความประพฤติเรียบร้อย   
          2. ช่วยเหลือเพื่อนบ้าน  เป็นคนมีน้ำใจ  และเป็นความร่วมมือของ  3 ฝ่าย  คือ             
        
        1)  ครัวเรือนยากจนที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่มั่นคง
         
       2)  ศตจ.อ.หลังสวน
         
       3)  หมู่บ้าน/ชุมชน
วัตถุประสงค์
          1. สร้างบ้านให้แก่ครัวเรือนยากจนผู้มีรายได้น้อย
          2. ครัวเรือนยากจนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง
          3. สร้างความสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจในหมู่บ้าน/ชุมชน
เป้าหมาย
           ปี  2549 สร้างที่อยู่อาศัยที่มั่นคง ขนาด  3.5  x 7 เมตร  จำนวน  20 หลัง



กรณีครัวเรือนของนางเจือจันทร์  บัวสุวรรณ

1. สภาพทั่วไปของครัวเรือนที่คัดเลือกมา
   นางเจือจันทร์  บัวสุวรรณ อาศัยอยู่บ้านเลขที่  69  หมู่ที่ 8 ตำบลพ้อแดง อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร  มีสมาชิกในครัวเรือนทั้งหมด  6  คน  คือ  นางเจือจันทร์  สามี  และบุตรทั้งหมด  4  คน  ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป  อาศัยอยู่ในที่ดินของสถานีอนามัยตำบลพ้อแดง  มีบ้านไม่ถูกสุขลักษณะ
2. สภาพปัญหาของครัวเรือนที่ประสบอยู่
    ครอบครัวของนางเจือจันทร์  บัวสุวรรณ มีสภาพปัญหาที่สำคัญ คือ
   1.  รายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย
   2.  ไม่มีที่ดินสำหรับสร้างที่อยู่อาศัยที่ถาวร
   3.  ที่อยู่อาศัยไม่มั่นคงและไม่ถูกสุขลักษณะ
3. แนวคิดการจัดการแก้ไขปัญหา
    ศตจ.อ.หลังสวนมีแนวคิดในการแก้ไขปัญหา  แยกเป็น  2  ส่วน  คือ

    ส่วนที่  1  เป็นการกำหนดแนวทางแก้ไขหรือให้ความช่วยเหลือตามความต้องการที่จดทะเบียนไว้  คือ  ปัญหาด้านที่อยู่อาศัย  (สย.7)  โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องกำหนดแนวทางแก้ไขและเงื่อนไขให้ชัดเจน
    ส่วนที่  2 กำหนดแนวทางการส่งเสริมอาชีพเพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น โดยคำนึงถึงความต้องการ ขีดความสามารถและศักยภาพของบุคคลในครัวเรือน
4. วิธีดำเนินการของ ศตจ.อ.ในการแก้ไขปัญหา
    ปัญหาด้านที่อยู่อาศัย
    ขั้นตอนที่  1  ศตจ.อ.หลังสวน  โดยคณะทำงานด้านที่อยู่อาศัยระดับอำเภอและฝ่ายปฎิบัติการแก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัย ร่วมกับภาคเอกชน  วิเคราะห์สาเหตุของปัญหา  กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาให้ชัดเจน
    ขั้นตอนที่  2 ทีมงานตามขั้นตอนที่  1  พิจารณาแล้วเห็นว่า ควรสร้างบ้านให้ถูกสุขลักษณะ
    ขั้นตอนที่  3 ศตจ.อ.หลังสวน   อปท.   ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่  ได้ร่วมกันเจรจากับเจ้าของที่ดินให้บริจาคที่ดิน เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยให้กับนางเจือจันทร์  บัวสุวรรณและครอบครัว
    ขั้นตอนที่  4  เมื่อเจ้าของที่ดินบริจาคแล้ว  ศตจ.อ.หลังสวน    อปท.     ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ ได้ร่วมกันสร้างบ้านคอนกรีต  1  ชั้น  ซึ่งถูก
สุขลักษณะและเจ้าของที่ดินได้ทำสัญญาให้ครอบครัวของนางเจือจันทร์อาศัยอยู่ไปจนตลอดชีวิต
    ขณะนี้ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว
    ปัญหาด้านการส่งเสริมอาชีพ
    ขั้นตอนที่  1  ศตจ.อ.หลังสวน โดยคณะทำงานด้านส่งเสริมอาชีพ วิเคราะห์สาเหตุของปัญหากำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาให้ชัดเจน
    ขั้นตอนที่  2  ทีมงานตามขั้นตอนที่  1  พิจารณาแล้วเห็นว่า ควรส่งเสริมด้านอาชีพเสริม
    ขั้นตอนที่  3  ทีมงานได้ตรวจสอบความประสงค์และศักยภาพของครัวเรือนนี้แล้ว พิจารณาส่งเสริมการประกอบอาชีพเลี้ยงปลาดุก
    ขั้นตอนที่  4  ศตจ.อ.หลังสวนได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัด และกำหนดประชุมและให้ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงปลาดุก
    ขั้นตอนที่  5  ศตจ.อ.หลังสวนได้มอบปัจจัยการผลิตในการเลี้ยงปลาดุก
    ขั้นตอนที่  6  ศตจ.อ.หลังสวนตรวจติดตามผลการดำเนินงาน
    ขณะนี้ได้มอบปัจจัยการผลิตเสร็จเรียบร้อยแล้ว
5. ปัญหาอุปสรรคและการแก้ไขปัญหาที่ตามมา
    -  ไม่มี
6. สัมฤทธิผลที่ถือว่าเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ที่เกิดขึ้นแก่ครัวเรือน
    1. ครัวเรือนของนางเจือจันทร์  บัวสุวรรณ มีที่ดินและที่อยู่อาศัยที่ถาวร มั่นคง ถูกสุขลักษณะ
    2. ครัวเรือนของนางเจือจันทร์ บัวสุวรรณ  มีรายได้เพิ่มขึ้น และลดรายจ่ายจากการประกอบอาชีพเสริม คือ  เลี้ยงปลาดุก
7. สรุปบทเรียนที่ได้
    1. หมู่บ้าน/ชุมชน มีความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจในการให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันโดยเฉพาะผู้ที่ด้อยโอกาสกว่า
    2. ในการปฎิบัติงานใดให้สัมฤทธิผล การบูรณาการระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐภาคเอกชน  บุคคลในหมู่บ้าน/ชุมชน ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
 

..........................................

ข้อมูลผลสำเร็จการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ (Best Practice)
การแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ  

ศตจ.  อำเภอสวี  จังหวัดชุมพร
 

เป็นกรณีการแก้ไขปัญหาความยากจน ในพื้นที่  ม.4  ตำบลเขาทะลุ  อำเภอสวี  จังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นผู้จดทะเบียนปัญหาสังคมและความยากจน ในด้านปัญหาอื่นๆ (สย.8) จำนวน  12  ราย ซึ่งเป็นผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์  จปฐ.  ปี  2548
1.สภาพทั่วไปของครัวเรือน
               เป็นครัวเรือนของราษฎรหมู่ที่  4  ตำบลเขาทะลุ  อำเภอสวี  จังหวัดชุมพร  จำนวน  12  ครัวเรือน  ดังนี้
1.นางสุจิตรา  หมอกโคกสูง
2.นายสำลี  สุโพธิ์
3.นายจันมณี  ไทยสวี
4.นางโสภา  นาคนิยม
5.นายไพโรจน์  อิ่มงาม
6.นายจำเรียง  กื้อกระโทก
7.นางจีบ  ศรีวิชัย
8.นางใจ  อินทร์กล้า
9.นายสังวาล  เลาลาด
10.นายชาตรี  สงเมือง
11.นายชัยมงคล  ใจเสมอ
12.นายอุทร  ลาดนอก
ครัวเรือนเหล่านี้ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวนและรับจ้างทั่วไป  มีสมาชิกในครัวเรือนจำนวนหลายคน    ซึ่งในบางครัวเรือนมสมาชิกในครัวเรือน  เป็นคนพิการ  ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเอง ประกอบอาชีพไม่ได้      12  ครัวเรือนนี้  เป็นครัวเรือนที่ที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์  จปฐ. ปี  2548  ของหมู่ที่  4  ตำบลเขาทะลุ  อำเภอสวี  จังหวัดชุมพร มีความต้องการที่จะประกอบอาชีพเสริมเพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ 
2.สภาพปัญหาของครัวเรือนที่ประสบอยู่
-  ไม่มีที่ดินสำหรับประกอบอาชีพการเกษตร  หรือมีแต่ไม่เพียงพอ หรือมีแต่ต้องการเอกสารสิทธิ์
-  มีหนี้สิน  เช่น  กองทุนหมู่บ้าน  กลุ่มออมทรัพย์หมู่บ้าน  ธนาคารออมสิน  ธนาคาร ธกส.  เป็นต้น
-  รายได้น้อยไม่พอกับรายจ่าย  บางเดือนไม่มีงานรับจ้างก็จะขาดรายได้
-   มีการใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ในสิ่งที่ไม่จำเป็น 
3.แนวคิดการจัดการแก้ไขปัญหา
เนื่องจากราษฎรทั้ง  12  ครัวเรือน  มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์  จปฐ.  ปี  2548  จึงมีความจำเป็นต้องให้การ  ช่วยเหลือเร่งด่วนเพื่อให้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้  โดยดำเนินการตามแนวคิดดังนี้
3.1  ส่งเสริมกระบวนการชุมชนในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน
3.2  ส่งเสริมการดำเนินงานตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
3.3  จัดหาอาชีพเสริมเพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือน
3.4  สนับสนุนการจัดทำบัญชีครัวเรือน
3.5  ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่สามารถดำเนินการได้เองและร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆในการแก้ไขปัญหา
3.6  ติดตามประเมินผลการแก้ไขปัญหา
4.วิธีดำเนินการของ  ศตจ. อ.สวี  ในการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ
                      -  ฝึกอบรมให้ความรู้ในการพัฒนาอาชีพเสริมของครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์  จปฐ.  ( 20,000บาท )   
ในการพิจารณาดังนี้
-  การประกอบอาชีพเสริมด้านปศุสัตว์  ( โดยปศุสัตว์อำเภอ )
-  การประกอบอาชีพเสริมด้านประมง ( โดยประมงอำเภอ )
-  การประกอบอาชีพเสริมด้านเกษตรกรรม  ( โดยเกษตรอำเภอ )
-  การประกอบอาชีพอื่นๆ  (โดยพัฒนาการอำเภอ )

 -  สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพเสริมมอบปัจจัยการผลิต         ( พันธุ์สัตว์)  โดยในจำนวน  1  ครัวเรือนมีการ ประกอบอาชีพเสริม ดังนี้ 
-  ด้านประมงเลี้ยงปลาดุก  6  ครัวเรือน  ครัวเรือนละ  1,100  ตัว
-  ด้านปศุสัตว์เลี้ยงไก่  5   ครัวเรือน   ครัวเรือนละ  20  ตัว 

- ด้านปศุสัตว์เลี้ยงหมู  1  ครัวเรือน   ครัวเรือนละ  2  ตัว
-   มีการติดตามประเมินผลเป็นระยะ เพื่อตรวจสอบปัญหาอุปสรรค และเป็น5.การหาแนวทางวิธีแก้ไขปัญหา  อุปสรรค  และการแก้ปัญหาที่ตามมาอีก

 -  ในระยะเริ่มแรกราษฎรไม่ให้ความสนใจในความรู้ที่ได้รับจากการอบรมในการประกอบอาชีพเสริมเพื่อนำไปใช้ในการปฏิบัติเท่าที่ควร  ทำให้มีผลการดำเนินการตามโครงการไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร  มีสัตว์ที่มอบให้ล้มป่วยบ้าง  แต่เมื่อมีการติดตามโดยเจ้าหน้าที่จาก ศตจ.อ. สวี รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่นปศุสัตว์อำเภอ  ประมงอำเภอ  เฝ้าติดตามให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ก็มีความก้าวหน้าตามลำดับ จนในที่สุดสามารถดำเนินการจนสำเร็จได้ตามโครงการเกิดสัมฤทธิ์ผลอะไรบ้างที่ถือว่าเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนแก่ครัวเรือน
 -  ครัวเรือนเป้าหมายทั้ง  12  ครัวเรือน  มีรายได้เพิ่มขึ้น  มีการดำเนินการในอาชีพเสริมดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง มีการจัดทำบัญชีครัวเรือนทำให้สามารถประมาณการใช้จ่ายของครัวเรือนได้  ส่งผลต่อการใช้จ่ายประจำเดือนที่ประหยัดขึ้น ในปัจจุบัน  ทั้ง  12  ครัวเรือน ของหมู่ที่  4  ตำบลเขาทะลุ  อำเภอสวี  จังหวัดชุมพรผ่านเกณฑ์ จปฐ. แล้ว
สรุปองค์ประกอบที่ทำให้เกิดผลสำเร็จ  ประโยชน์แก่ผู้เข้ามาศึกษา
 -  การดำเนินการสำเร็จได้ต้องมีองค์ประกอบที่เชื่อมโยงเกี่ยวเนื่องกัน  ความร่วมมือของ หน่วยงานที่สามารถทำงานร่วมกัน  จนบรรลุผลสำเร็จ  ผู้ได้รับการช่วยเหลือต้องมีความสนใจร่วมมือ  ร่วมแรง  ร่วมใจ  ที่จะทำให้การดำเนินงานผ่านพ้นไปได้ด้วยความสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ
 

 

............................................................

ข้อมูลผลสำเร็จการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ (Best Practice)
การแก้ไขปัญหาสังคมความยากจนเชิงบูรณาการ
ของอำเภอท่าแซะ  จังหวัดชุมพร


“ มอบปัจจัยการผลิต แก่ครัวเรือนยากจน”

               ด้วยทาง ศตจ.อ. ท่าแซะ  โดย นายธวัชชัย  ดิษยนันทน์ นายอำเภอท่าแซะ ได้เห็นควรพิจารณาให้นาย สมควร  พลสิงห์ ผู้ที่ประสบความสำเร็จและเป็นบุคคลตัวอย่าง จากการได้รับมอบปัจจัยช่วยเหลือจาก ศตจ.อ. ท่าแซะ   ซึ่งอำเภอท่าแซะมีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ จปฐ. ทั้งหมด  246 คน 
       

             นายสมควร   พลสิงห์  อายุ  54 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 151 หมู่ที่ 1 บ้านปะระ ต. สลุย อ. ท่าแซะ จ. ชุมพร เป็นครัวเรือนยากจนไม่ผ่านเกณฑ์ จปฐ. และจดทะเบียนปัญหาสังคมและความยากจนเชิงบูรณการ ( สย.1)  ได้รับการช่วยเหลือจาก ศตจ.อ.ท่าแซะ  โดยได้รับมอบปัจจัยการผลิตเป็นพันธุ์สุกรจำนวน  2  ครั้ง ครั้งแรกปีงบประมาณ 2548 มอบพันธุ์สุกรจำนวน   3  ตัว พร้อมอาหารและเวชภัณฑ์ คิดเป็นมูลค่า 6,685    บาท และครั้งที่  2  ปีงบประมาณ 2549 มอบพันธุ์สุกรจำนวน   2  ตัว พร้อมอาหารและเวชภัณฑ์ คิดเป็นมูลค่า  10,820   บาท บุคคลดังกล่าวมีความตั้งใจในการเลี้ยงสุกร จนประสบผลสำเร็จ สามารถสร้างรายได้ในครัวเรือนให้เพิ่มขึ้น ในขณะที่เลี้ยงสุกรมีการทำบัญชีรายจ่ายในการซื้ออาหารของสุกร เพื่อความรัดกุมในการขายสุกรสามารถทำให้รู้ว่าในการขายสุกรแต่ละครั้งได้กำไรเท่าไร ทำให้เห็นถึงความตั้งใจและความพยายามในการสร้างอาชีพให้ดีขึ้น  นอกจากนี้ยังสามารถขยายพันธุ์สุกรให้เพิ่มขึ้นได้อีก โดยการนำพันธุ์สุกรที่รับการสนับสนุนจาก ศตจ.อ.ท่าแซะ  มาทำเป็นแม่พันธุ์เพื่อขยายลูกสุกรให้เพิ่มขึ้น จึงควรจะได้รับการสนับสนุนในการประกอบอาชีพต่อไป


สภาพทั่วไปของครัวเรือนที่คัดเลือกมา  ( ข้อมูลภาพรวม )
นายสมควร  พลสิงห์ อยู่บ้านเลขที่ 151 หมู่ที่ 1 บ้านปะระ  ตำบลลุย  อำเภอท่าแซะ  จังหวัดชุมพร ลักษณะบ้านเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว พื้นที่บริเวณบ้านประมาณ  1  ไร่ และมีที่ดินทำกิน  20  ไร่  มีเอกสารสิทธิ์  สปก.   4-01  เป็นลักษณะสวนผสม ปลูกกล้วย  มะพร้าว ยังไม่ได้รับผล  และ ปลูกพืชล้มลุกอื่น ๆ


สมาชิกในครัวเรือนมีทั้งหมด  8  คนมีบุตรชาย  5  คน บุตรสาว  1 คน ภรรยามีโรค ประจำตัวเป็นโรคเส้นเลือดขอด ไม่สามารถทำงานหนักได้ สมาชิกในครัวเรือน  ประกอบด้วย 
1. นายสมควร  พลสิงห์  อายุ  54   ปี
2. นางบุญนำ  พลสิงห์ อายุ  55   ปี
3. นายชัยณรงค์ พลสิงห์ อายุ  29   ปี
4. นายสมพงศ์  พลสิงห์ อายุ  28   ปี
5. นายวรรษา  พลสิงห์ อายุ  27   ปี
6. นางสาววราพร  พลสิงห์ อายุ  24   ปี
7. นายสุรศักดิ์  พลสิงห์ อายุ  20    ปี
8. นายประสพโชค  พลสิงห์ อายุ  15   ปี

  บุคคลในครอบครัวดังกล่าวประกอบอาชีพทำสวน และรับจ้างทั่วไป มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ    5,000 – 6,000 บาท และมีหนี้สิน ธ.ก.ส จำนวน 300,000 บาท สามารถชำระ เป็นรายปี  
 

ภาพถ่ายครอบครัวนายสมควร พลสิงห์ ผู้ได้รับการคัดเลือกโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน


สภาพปัญหาของครัวเรือนที่ประสบอยู่ ( เรียงลำดับตามความสำคัญ )
1. สมาชิกในครัวเรือนไม่มีอาชีพหลักที่มั่นคง เนื่องจากรับจ้างทั่วไป ทำให้มีรายได้ไม่แน่นอน บางเดือนที่ไม่มีงานทำก็ขาดรายได้
2. การคมนาคมไม่สะดวก ถนนเข้าบ้านเป็นทางลูกรัง เวลาเดินทางออกมาติดต่อข้างนอก หรือขนผลิตผลทางการเกษตร ค่อนข้างลำบาก
3. ลักษณะดินในการประกอบอาชีพทำสวน  ดินมีคุณสมบัติไม่ดี เป็นดินลูกรัง  อยู่บนเนิน  ช่วงฤดูแล้งขาดแคลนน้ำ
4. สมาชิกในครัวเรือนป่วย 1 คน เป็นโรคเส้นเลือดขอด  ไม่สามารถทำงานหนักได้ คือ นางบุญนำ   พลสิงห์


แนวคิดการจัดการแก้ไขปัญหา
1. จัดหาอาชีพเสริมสร้างรายได้ที่แน่นอนให้กับสมาชิกในครัวเรือน เพื่อให้ทุกคนในครัวเรือนได้มีงานทำที่มั่นคง
2. แนะนำเกี่ยวกับอาชีพใหม่  โดยให้ความรู้หรือมีการอบรมในอาชีพนั้น 
3. ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซ่อมแซมถนนเข้าบ้านเพื่อให้สะดวกยิ่งขึ้น
4. การให้ความรู้พื้นฐานทางด้านสุขภาพอนามัย เพื่อให้สมาชิกในครอบครัวมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง

วิธีดำเนินการของ ศตจ.อ. ในการแก้ไขปัญหา
ศตจ.อ. ท่าแซะ ได้ดำเนินการช่วยเหลือคือ จัดเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในพื้นที่ ช่วยประสานงานในการให้ความช่วยเหลือ ทราบถึงปัญหาและความต้องการ เพื่อที่จะนำมาวิเคราะห์และพิจารณาช่วยเหลือ เป็นลำดับขั้นตอนคือ
- ให้ความรู้และอบรมเกี่ยวกับการประกอบอาชีพเสริม เพื่อที่จะได้มีความรู้และเข้าใจในอาชีพนั้น
- มอบปัจจัยการผลิตเป็นลูกสุกร อาหาร พร้อมเวชภัณฑ์
- ศตจ.อ.ท่าแซะมีการติดตามผลเป็นระยะ ๆ  เพื่อทราบปัญหาและอุปสรรค จะได้นำมาแก้ไข และช่วยเหลือ
ปัญหา  อุปสรรค และการแก้ไขปัญหาที่ตามมา 
ปัญหา เนื่องจากเป็นครอบครัวใหญ่ สมาชิกในครัวเรือนต่างมีครอบครัวเป็นของตนเองแล้ว  แต่ยังไม่ได้แยกครอบครัวออกไป ทำให้เกิดปัญหาในเรื่องการดำรงชีวิตประจำวัน

เกิดผลสัมฤทธิ์ผลอะไรบ้างที่ถือว่าเป็นรูปธรรมชัดเจนแก่ครัวเรือน
จากการที่ ศตจ.อ. ท่าแซะมอบปัจจัยการผลิตคือ ลูกสุกรจำนวน 2 ครั้ง  ครั้งแรกจำนวน 3 ตัว และครั้งที่ 2 จำนวน  2 ตัว  พร้อมอาหารและเวชภัณฑ์  นั้น  ปรากฏว่าประสบผลสำเร็จ โดยมีการนำลูกสุกรมาทำแม่พันธุ์ ทำให้มีการขยายลูกสุกรเพิ่มขึ้น และมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายสุกรสามารถนำเงินมาซื้อลูกสุกรเพิ่มอีก ทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น  จึงทำให้มีความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเดิม
การใช้ประโยชน์ของที่ดินได้มีการปลูกพืชสวนครัวระยะสั้นเพื่อเพิ่มรายได้ เช่นการปลูก แตงกวา ถั่วฝักยาว มะเขือ โดยการนำมูลสุกรมาทำปุ๋ยในการใส่พืชสวนครัว ช่วยลดรายจ่ายในการซื้อปุ๋ยเคมีได้
การจัดทำบัญชีครัวเรือน ได้มีการจัดทำบัญชีรายรับ – รายจ่ายภายในครัวเรือน เกี่ยวกับการซื้ออาหารสุกร   และค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือน เป็นการควบคุมบัญชีในครัวเรือน เพื่อที่จะทำให้ทราบรายได้และลดรายจ่าย
การลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ สมาชิกในครัวเรือนมีการลด เลิก อบายมุข หรือรายจ่ายบางสิ่งบางอย่างที่ไม่จำเป็น ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น มีเงินคงเหลือมากกว่าแต่ก่อน
 

.....................................................

ข้อมูลผลสำเร็จการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ (Best Practice)
อำเภอปะทิว  จังหวัดชุมพร

ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนอำเภอปะทิว  ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาสังคมและความยากจนเชิงบูรณาการ  ตามนโยบายของรัฐบาลและจังหวัดชุมพร  เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นรายบุคคลที่มีปัญหาทางสังคมและความยากจน

  สภาพทั่วไปของครัวเรือน

          นางวิไล  ปุยะติ  อายุ  58 ปี  อยู่บ้านเลขที่  36/4 หมู่ที่ 6 ตำบลบางสน  อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เกิดที่อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์  ได้ย้ายตามครอบครัวมาประกอบอาชีพรับจ้าง  ที่บ้านท่าไม้ลาย  ตำบลวังใหม่  อำเภอเมืองชุมพร  จังหวัดชุมพร  อาศัยอยู่กับนายจ้าง  ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531  ก่อนที่จะเกิดพายุเกย์  เมื่อเกิดพายุเกย์ในจังหวัดชุมพร ปี พ.ศ. 2532  ได้ย้ายครอบครัว เข้ามาอยู่ในบ้านเลขที่ 36/4  บ้านคอกม้า หมู่ที่ 6 ตำบลบางสน  อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร  เพื่อรับจ้างทำการเกษตร บ้านที่อยู่อาศัยปัจจุบันตามทะเบียนบ้านเป็นบ้านของเจ้าของสวน  ให้อยู่อาศัย ปัจจุบันได้ย้ายบ้านไปอยู่บ้านซึ่งมีผู้ใจบุญให้อาศัย  โดยไม่คิดค่าเช่าเนื่องจากเจ้าของสวนดังกล่าวได้ขายไปให้ผู้อื่น จึงถูกไล่ที่อยู่อาศัย มีสมาชิกในครอบครัวตามหลักฐานทะเบียนบ้าน  ทั้งหมด 2 คน คือ
1.  นางวิไล  ปุยะติ
  สถานภาพการสมรส  เป็นหม้าย  เนื่องจากสามีได้หนีจากบ้านไปโดยไม่ทราบที่อยู่  สาเหตุที่สามีหนีไปนั้น  เนื่องจากทนกับความยากจนของครอบครัวไม่ไหว  มีหนี้สิน  จากการไปกู้เงินนอกระบบมาใช้จ่ายในครอบครัว  ซึ่งต้องเสียดอกที่สูงมาก  ไม่มีความสามารถที่จะใช้หนี้นอกระบบได้  ถูกเจ้าหนี้ทวงถามไม่ไหว เนื่องจากละอายเพื่อนบ้าน
  การศึกษา  จบชั้นประถมปีที่ 4
  อาชีพ  ค้าขาย  มีรายได้ประมาณปีละ  20,000  บาท  
2.  เด็กชายชิปก  แผนประโคน  อายุ  13  ปี  กำลังศึกษา  อยู่ในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนปะทิววิทยา อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร  (มีความสัมพันธ์เกี่ยวพันธ์เป็นหลาน)


  สภาพปัญหาของครัวเรือนที่ประสบอยู่


     -  เป็นครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ จปฐ.  คือ ครอบครัวมีรายได้ค่ำกว่า 20,000 บาท/คน/ปี ตั้งแต่ปี 2546 สาเหตุเบื้องต้นที่ทำให้ตกเกณฑ์  จปฐ. มีหลาน จำนวน  1 คน ไม่มีรายได้ กำลังศึกษาอยู่ซึ่งหัวหน้าครอบครัวจะต้องส่งเสียเลี้ยงดู
     -  ปัญหาความยากจน  ที่ได้จดทะเบียนไว้กับ ศตจ.อำเภอ  ไดแก่
        1.  ปัญหาด้านหนี้สิน  สย.6  เป็นหนี้ธนาคาร 20,000 บาท  เป็นหนี้นอกระบบ  25,000 บาท
        2.  ปัญหาที่อยู่อาศัย  สย.7  
        3.  ปัญหาอื่น ๆ สย.8 (ไม่มีที่ดินทำกิน)


  แนวคิดในการแก้ไขปัญหา ของ ศตจ.อำเภอปะทิว


         ตามที่รัฐบาลได้มอบนโยบายแนวทางการแก้ไขปัญหาสังคมและความยากจนเชิงบูรณาการและกำหนดให้ ศตจ. อำเภอ รับจดทะเบียนปัญหาสังคมและความยากจน  ตั้งแต่วันที่  5 มกราคม-31 มีนาคม  2547 เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาความยากจน  โดยมีเป้าหมายที่จะขจัดความยากจนให้หมดสิ้นไปภายในปี  พ.ศ. 2551  โดยการเพิ่มรายได้  ลดรายจ่าย และขยายโอกาสให้กับประชาชน  พร้อมกับสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน นั้น
         ศตจ.อ.ปะทิว ได้ใช้แนวทางการดำเนินงานของรัฐบาล  ดังกล่าว  ดำเนินการ รับจดทะเบียนปัญหาสังคมและความยากจน  และได้จัดโครงการคาราวานแก้จนเข้าถึงครัวเรือน ทุกครัวเรือนเพื่อสำรวจข้อมูลศักยภาพ  ตรวจสอบความสามารถในการประกอบอาชีพที่อำเภอสามารถช่วยเหลือหรือบรรเทาความเดือนร้อนของผู้จดทะเบียนไปได้ในระยะหนึ่ง  หลังจากนั้นเมื่อได้ทราบปัญหาของครัวเรือนในทุกๆ ด้านที่เป็นสาเหตุของความยากจน  ก็ดำเนินจัดคาราวานไปช่วยเหลือผู้จดทะเบียนในทุกด้าน  เช่น ให้ความรู้ในการดำรงชีวิตตนในสถานการณ์ปัจจุบัน  ประกอบอาชีพ  เปิดโอกาสให้แจ้งความสามารถในการประกอบอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้  สนับสนุนปัจจัยการผลิต  และแก้ไขปัญหาเร่งด่วน  คือ  หนี้สินที่จะต้องเสียดอกเบี้ยที่สูงมาก  ให้มีความยั่งยืนและสามารถดำรงชีวิตครอบครัวได้อย่างมีความสุขต่อไป ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาความยากจนดังกล่าว  ได้บูรณาการกับหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่อำเภอ


 วิธีดำเนินการของ ศตจ.อ.ในการแก้ปัญหาครอบครัวที่ประสบปัญหาความยากจน


         การดำเนินการแก้ไขปัญหาของครอบครัวของ  นางวิไล   ปุยะติ  มีวิธีและขั้นตอนในการดำเนินการ ดังนี้  เริ่มตั้งแต่ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนอำเภอปะทิว  ได้รับจดทะเบียนปัญหาสังคมและความยากจน  ในปัญหาความยากจน (หนี้สินนอกระบบ) ศตจ.อ.ได้ดำเนินการออกคาราวานไปพบครัวเรือน  ครอบครัวของนางวิไล  ปุยะติ  เพื่อไปรับทราบปัญหา  ศักยภาพ  ความสามารถในการประกอบอาชีพ  ในการออกคาราวานในครั้งนั้น  ได้ทราบว่า นางวิไล  ปุยะติ  มีความสามารถในการค้าขายและทำอาหารได้  เช่น  ก๋วยเตี๋ยว  ลาบ  ส้มตำ  ศตจ.อ.ได้นำข้อมูลที่ได้มาทำการวิเคราะห์ หาแนวทางในการช่วยเหลือก็พบว่าในความสามารถที่ได้ไปสำรวจมานั้น  สามารถที่จะส่งเสริมให้เป็นอาชีพ  ให้มีรายได้  เพื่อเลี้ยงครอบครัว  และสามารถที่จะผ่อนชำระหนี้สินที่มีอยู่ในระดับที่ธนาคารสามารถปล่อยให้กู้ได้เพื่อไปใช้หนี้นอกระบบ  ที่ต้องเสียดอกเบี้ยสูงมาก  หากไม่ใช้หนี้ภายในเวลา  1 ปี  ดอกเบี้ยจะท่วมต้นเงินที่ได้กู้มา  ทำให้ไม่สามารถที่จะใช้หนี้ดังกล่าวให้หมดไปได้  เพราะรายได้ที่มาจากการรับจ้างและขายผักบ้างๆ  เล็กน้อย  ไม่เพียงพอ  ในปี พ.ศ. 2547 ศตจ.อ. ได้ดำเนินการเจรจาหนี้นอกระบบธนาคาร  คือ  หนี้ที่ผู้จดทะเบียนปัญหาหนี้สิน (สย. 6)  สามารถเจรจาได้ข้อยุติ  และแจ้งให้ธนาคารออมสินพิจารณาในด้านเงินกู้เพื่อนำไปชำระหนี้นอกระบบ  เพื่อที่ให้ผู้จดทะเบียนดังกล่าวลดค่าใช้จ่ายในเรื่องดอกเบี้ย  ในปี พ.ศ. 2548 จังหวัดชุมพร  ได้ดำเนินการโครงการแก้ไขปัญหาสังคมและความยากจน  เพื่อช่วยเหลือผู้ที่จดทะเบียนปัญหาสังคมและความยากจนและผู้ที่ตกเกณฑ์  จปฐ. ผู้มีรายได้ต่ำ  และได้จัดสรรงบประมาณของ CEO. ให้อำเภอดำเนินการช่วยเหลือผู้จดทะเบียนฯ  ในการนี้  ศตจ.อ. ได้ดำเนินการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพของผู้จดทะเบียนดังกล่าว  โดยการใช้ข้อมูลที่ได้จากการออกคาราวาน ถึงครัวเรือนมาดำเนินการจัดประชุม อบรม เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้จดทะเบียนในเรื่องของการประพฤติตน  การใช้จ่ายในครอบครัว และได้มอบปัจจัยการผลิตให้ตามที่ผู้จดทะเบียนฯประสงค์ขอรับ  ซึ่ง ศตจ.อ.ได้มอบปัจจัย คือ รถเข็น  ให้เพื่อใช้ในการเข็น และวางอุปกรณ์ของใช้  และอาหารไว้จำหน่าย  (จำหน่ายก๋วยเตี๋ยว  ลาบ  ส้มตำ  เนื้อทอด  ผัก  ผลไม้)  ทำให้ผู้จดทะเบียนมีอาชีพ  มีรายได้เพิ่มขึ้น จากการสอบสามปัจจุบัน มีรายได้เดือนละ 6,000  บาท  และได้ใช้บริเวณบ้านที่อยู่อาศัยปลูกผักสวนครัวไว้บริโภคเอง  ที่เหลือจากการบริโภคก็นำไปจำหน่าย จากความขยัน   ความตั้งใจของผู้จดทะเบียน และความตั้งใจที่จะช่วยเหลือของ ศตจ.อ.ปะทิว  ทำให้ธนาคารออมสิน สาขาปะทิว   พิจารณาปล่อยเงินกู้ให้กับผู้จดทะเบียนไปชำระหนี้นอกระบบหมดไป  เป็นการแก้ไขปัญหาไปได้ในระดับหนึ่ง  และยังทำให้ผู้จดทะเบียนมีขวัญ  กำลังใจที่ดีขึ้น  ที่ศตจ.อำเภอและธนาคารออมสิน  ได้เปิดโอกาสให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน  มีรายได้เพียงพอในการใช้จ่ายและส่งผ่อนธนาคารได้อย่างเพียงพอกับการดำรงชีวิต


 ปัญหา  อุปสรรค  การแก้ไขปัญหาที่ตามมา


            สำหรับการแก้ไขปัญหาของผู้จดทะเบียนรายดังกล่าว  ซึ่งอาจมีตามมาอีกเนื่องจากบริเวณที่จำหน่ายอาหารเป็นที่สาธารณประโยชน์  ซึ่งเป็นพื้นที่ระหว่างถนนหลวงกับโรงเรียน  หากโรงเรียนหรือทางหลวงต้องการใช้ที่ดินดังกล่าวอาจจะต้องย้ายไปจำหน่ายที่อื่นซึ่งผู้จดทะเบียนฯ จะต้องมีต้นทุนการขนย้าย  ค่าวัสดุ ค่าก่อสร้างร้านในการจำหน่าย


  เกิดสัมฤทธิ์ผลที่ถือว่าเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน  ที่เกิดขึ้นแก่ครัวเรือน


           จากครอบครัวที่ไม่มีหัวหน้าครอบครัว  ขาดผู้นำ  ไม่มีที่อยู่อาศัย  ไม่มีรายได้  และไม่มีแนวทางการประกอบอาชีพ  ที่สามารถยึดเป็นอาชีพได้ยั่งยืน  เลี้ยงครอบครัวได้  จากการที่ได้ทราบนโยบายการแก้ไขปัญหาความยากจนของรัฐบาลที่เผยแพร่ตามสื่อต่าง ๆ  และอำเภอปะทิวได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์นโยบายของรัฐบาลที่จะแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างจริงจัง  และให้ยั่งยืน ไม่ให้กลับไปยากจนหรือเป็นปัญหากับสังคมอีก  ถือว่าเป็นโอกาสของคนจน  ที่จะมีอาชีพ  มีโอกาส  และมีรายได้เพิ่มขึ้นนั้น  ศตจ.อ.ปะทิว  ได้ดำเนินการช่วยเหลือผู้จดทะเบียนที่สามารถเห็นผลได้  ดังนี้
  1.  ผู้จดทะเบียนได้รับความรู้ในการดำรงชีพแบบเศรษฐกิจพอเพียง  และความรู้ในการประกอบอาชีพ
  2.  ผู้จดทะเบียนได้รับการสนับสนุนปัจจัยการประกอบอาชีพ
  3.  ผู้จดทะเบียนมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินกู้ในระบบ  เพื่อนำไปชำระหนี้นอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูง
  4.  มีอาชีพที่มั่นคงและได้ประกอบอาชีพที่ผู้จดทะเบียนถนัด
  5.  มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการรับจ้างซึ่งไม่แน่นอน ค้าขายไม่เป็นหลักแหล่ง


 สรุปบทเรียนที่ได้


            จาการดำเนินตามนโยบายแก้ไขปัญหาสังคมและความยากจน ที่ได้ดำเนินการไปแล้วมีปัจจัยและองค์ประกอบที่ทำให้เกิดความสำเร็จได้  คือ การมีส่วนร่วมการทำงานเป็นทีม  เพราะในบุคคลจะมีความรู้  ความคิดที่ไม่เหมือนกัน  แต่เราสามารถนำความรู้  ความคิดของแต่ละบุคคลมาวิเคราะห์และเลือกความรู้ ความคิด  ประสบการณ์ที่เห็นว่านำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาสังคมและความยากจนแล้วได้ผลดี  ความรู้  ความคิดที่ได้นี้  นำไปถ่ายทอดให้ทีมงาน  ผู้ร่วมงานได้ทำความเข้าใจ  เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปในแนวทางเดียวกันเมื่อมีความรู้ความสามารถแล้ว  จะต้องรู้จักพื้นที่  รู้จักบุคคล  รู้จักปัญหา  เป้าหมายที่จะดำเนินการแก้ไข  เมื่อรู้จักแล้วจะต้องมีความตั้งใจที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์เป้าหมาย  และสามารถวัดผลได้
 

...........................................................

ข้อมูลผลสำเร็จการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ (Best Practice)
อำเภอละแม  จังหวัดชุมพร

การแก้ไขปัญหาสังคมและความยากจนเชิงบูรณาการของอำเภอละแม จังหวัดชุมพร "มอบปัจจัยการผลิตแก่ครัวเรือนยากจน"  ด้วยทาง ศตจ.อ.ละแม โดยนายยงยุทธ  หงษ์ทอง  นายอำเภอละแม  ได้พิจารณาแล้วให้นายวินัย  มาลัย  ผู้ที่ประสบความสำเร็จได้รับการมอบปัจจัยช่วยเหลือจาก ศตจ.อ.ละแม  มีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ จปฐ. ทั้งหมด 295 คน นายวินัย  มาลัย  อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51 หมู่ 1 บ้านนาจีนซิ้ว ตำบลสวนแตง อำเภอละแม  จังหวัดชุมพร  เป็นครัวเรือนยากจนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ฯ และเป็นผู้จดทะเบียนปัญหาสังคมและความยากจน สย.1 - 6  ซึ่งได้รับการช่วยเหลือจาก ศตจ.อ.ละแม ปีพ.ศ. 2548  โดยการมอบปัจจัยการผลิตพันธุ์สุกร จำนวน 2 ตัว พร้อมอาหารและเวชภัณฑ์ คิดเป็นมูลค่า 5,400 บาท และได้รับปัจจัยต่อเนื่องในปีพ.ศ. 2549  โดยมอบพันธุ์สุกร จำนวน 2 ตัว พร้อมอาหารและเวชภัณฑ์ คิดเป็นมูลค่า 10,820  บาท  ซึ่งบุคคลดังกล่าวมีความตั้งใจในการเลี้ยงสุกร จนประสบผลสำเร็จเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จาก 2 ตัว เพิ่มเป็น 14 ตัว ในขณะที่เลี้ยงสุกร ได้จัดทำบัญชีครัวเรือน รายรับ รายจ่าย ในการซื้ออาหารของสุกร สามารถทำให้รู้ว่าจ่ายเป็นค่าอาหารของสุกร ในแต่ละรอบเป็นเงินเท่าไร จึงควรจะได้รับการสนับสนุนในการประกอบอาชีพต่อไป  

สภาพทั่วไปของครอบครัวที่คัดเลือกมา (ข้อมูลภาพรวม) 
          นายวินัย  มาลัย อยู่บ้านเลขที่ 51 ม.1 ต.สวนแตง อ.ละแม จ.ชุมพร  ลักษณะบ้านเป็นบ้านปูนชั้นเดียว มีที่ดินทำกิน 1 ไร่ มีเอกสารสิทธิเป็นโฉนด เป็นลักษณะเกษตรผสมผสาน  สมาชิกในครัวเรือนทั้งมหมดมี 5 คน เป็นบุตรชาย 3 คน โรคประจำตัวไม่มี  ปรุะกอบด้วย
          1.  นายวินัย  มาลัย  อายุ  48 ปี  อาชีพรับจ้างกรีดยาง
          2.  นางสมคิด  มาลัย  อายุ  49  ปี  อาชีพรับจ้างกรีดยาง
          3.  นายไพสิทธิ์  มาลัย  อายุ  28  ปี  อาชีพรับจ้างกรีดยาง
          4.  นายไพรัช  มาลัย  อายุ  26  ปี  อาชีพทำสวน
          5.  นายผ่องใส  มาลัย  อายุ  24  ปี  อาชีพรับจ้างทั่วไป
          บุคคลในครอบครัวดังกล่าวประกอบอาชีพรับจ้างกรีดยางและทำสวน มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 6,000  บาท  มีหนี้สินกองทุนหมู่บ้าน จำนวน  10,000  บาท  หนี้สหกรณ์ฯ จำนวน  35,000  บาท  ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน  รวมหนี้สินในระบบทั้งสิ้น  45,000  บาท  


          สภาพปัญหาของครอบครัวที่ประสบอยู่ (เรียงลำดับความสำคัญ)  
          1.  สมาชิกในครัวเรือนไม่มีอาชีพหลักที่มั่นคง มีรายได้ไม่แน่นอน บางเดือนไม่มีงานทำก็ขาดรายได้
          2.  การคมนาคมไม่สะดวก ถนนเข้าบ้านเป็นทางลูกรัง
          3.  ลักษณะดินในการประกอบอาชีพทำสวน เป็นดินลูกรัง ช่วงฤดูแล้งขาดน้ำ
          แนวคิดการจัดการแก้ไขปัญหา
          1.  จัดหาอาชีพเสริมสร้างรายได้ที่แน่นอนให้กับสมาชิกในครัวเรือน เพื่อให้ทุกคนในครัวเรือนได้มีงานทำที่มั่นคง 
          2.  แนะนำเกี่ยวกับอาชีพใหม่ โดยให้ความรู้หรือมีการอบรมอาชีพนั้น
          3.  ให้ความรู้พื้นฐานด้านสุขภาพ เพื่อให้สมาชิกในครอบครัวมีสุขภาพดี


          วิธีดำเนินการของ ศตจ.อ. ในการแก้ไขปัญหา
          ศตจ.อ.ละแม  ได้ดำเนินการช่วยเหลือ จัดเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในพื้นที่ ช่วยประสานงานและให้ความช่วยเหลือ เพื่อให้ทราบถึงปัญหา วิเคราะห์และพิ่จารณาช่วยเหลือเป็นลำดับขั้นตอน  คือ
           - ให้ความรู้ และอบรมเกี่ยวกับการประกอบอาชีพเสริม เพื่อจะได้มีความรู้ ความเข้าใจในอาชีพนั้น ๆ 
           - ได้นำไปอบรมศึกษาดูงานตามโครงการพระราชดำริ ห้วยทรายขาว อำเภอชะอำ  จังหวัดเพชรบุรี  จำนวน  2  ครั้ง  อำเภอมอบปัจจัยการผลิตเป็นลูกสุกร อาหาร พร้อมเวชภัณฑ์  ต่อเนื่อง 2 ปีติดกัน 
           - ศตจ.อ.ละแม มีการติดตามผลเป็นระยะเพื่อทราบปัญหาและอุปสรรค จะได้นำมาแก้ไขและช่วยเหลือ ปัญหาอุปสรรคที่ตามมา 


           เกิดผลสัมฤทธิ์อะไรบ้างที่เป็นรูปธรรมชัดเจนแก่ครัวเรือน
           จากการที่ ศตจ.อ.ละแม มอบปัจจัยการผลิต คือลูกสุกร จำนวน 2 ครั้ง ครั้งแรกจำนวน 2 ตัว และครั้งที่สอง จำนวน 2 ตัว อาหารพร้อมเวชภัณฑ์ จนหมูเติบใหญ่และมีน้ำหนักขายได้


           ผลสำเร็จ
           - ได้มีการซื้อลุกหมูมาเลี้ยงเพิ่มต่อเนื่อง จำนวน 12 ตัว 
           - การจัดทำบัญชีครัวเรือน ได้มีการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย ในครัวเรือนเกี่ยวกับการซื้ออาหารสุกร และค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว เพื่อที่จะได้ทราบในการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้แก่สมาชิกในครัวเรือนและให้สมาชิกในครัวเรือนลดเลิกอบายมุข หรือรายจ่ายบางสิ่งที่ไม่จำเป็น เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น
 

................................................

ข้อมูลผลสำเร็จการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ (Best Practice)
อำเภอพะโต๊ะ  จังหวัดชุมพร

ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนอำเภอพะโต๊ะ ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาสังคมและความยากจนเชิงบูรณาการ ตามนโยบายของรัฐบาล และจังหวัดชุมพร  เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นบุคคลที่มีปัญหาทางสังคมหรือความยากจนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
      ศูนย์ฯ  ได้มีการส่งเสริมช่วยช่วยและแนะนำให้ประชาชนได้มีการประกอบอาชีพที่มีความมั่นคง  มีการสร้างงาน สร้างรายได้ ลดรายจ่าย และได้มีโอกาสที่ดีในการที่จะมีวิถีชีวิตในการดำรงชีพได้อย่างมีความสุข  ซึ่งจากการดำเนินการดังกล่าวปรากฎว่ามีประชาชนที่ จดทะเบียนการแก้ไขปัญหาสังคมและความยากจนเชิงบูรณาการหลายรายที่มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และมีชีวิตได้อย่างมีความสุข  และครัวเรือนที่ประสบผลสำเร็จและสามารถเป็นแบบอย่างให้กับบุคคลอื่น ๆ ได้ศึกษาและเรียนรู้คือ ครัวเรือนของนางจันทรา  เหล็กดำ ซึ่งได้ จดทะเบียนปัญหาสย. 1  ไว้ กับทาง ศตจ.อ. พะโต๊ะ  


     1.  สภาพทั่วไป
                 นางจันทรา  เหล็กดำ  อายุ  32  ปี  จบการศึกษาชั้นประถมปีที่ 4 สถานภาพสมรส  สามีชื่อนายพรชัย  คชสงคราม  อายุ  38  ปี  มีบุตรชายทั้งหมด  3  คน  คือ
                  1.1  นายไกรศักดิ์   คชสงคราม        อายุ  15   ปี
                  1.2  ด.ช. ไกรสร     คชสงคราม        อายุ  14   ปี
                  1.3  ด.ช.  ศรชัย     คชสงคราม        อายุ    2   ปี
                   ครอบครัวนี้อาชีพรับจ้างทั่วไป ปลูกบ้านอยู่ในที่ดินของพี่ชายประมาณ 100 ตารางวา  มีที่ดินเป็นของตนเองแต่ไม่มีเอกสารสิทธิ์  จำนวน  10  ไร่  ได้ทำการปลูกปาล์มทั้งหมด  แต่ยังไม่ได้ผลผลิต


     2.  สภาพปัญหา
                   2.1  มีรายได้ไม่เพียงพอในการใช้จ่ายภายในครัวเรือน
                   2.2  มีหนี้สินที่กู้ยืมจากกองทุนหมู่บ้าน จำนวน 20,000 บาท
                   2.3  งานรับจ้างทั่วไป จะมีงานเป็นระยะ ๆ ไม่ค่อยต่อเนื่องเพราะฝนตก
                   2.4  มีรายได้ต่ำกว่า 20,000  บาท/ปี และได้มาลงทะเบียน สย. 1 ไว้


     3.  แนวคิดการจัดการแก้ไขปัญหา
                    3.1  ได้ให้สามีและบุตรช่วยกันออกไปหางานรับจ้างทำ  ไม่ว่าจะเป็นการ     กรีดยาง ตัดปาล์ม หรือตัดทุเรียน เพื่อเป็นรายได้มาใช้จ่ายในครัวเรือน
                    3.2  ส่วนตัวนางจันทราเอง  ทำหน้าที่แม่บ้าน ต้องเลี้ยงดูบุตรคนที่สาม ซึ่งยังเล็กอยู่  แต่ถ้ามีงานใกล้ ๆ บ้านก็จะไปรับจ้างอีกต่างหาก เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว
                    3.3  ทำสมุดบัญชีครัวเรือน เพื่อให้ทราบว่ามีรายรับ-รายจ่าย เพียงพอหรือไม่ เพื่อที่จะได้เตรียมการแก้ไขปัญหา ถ้ารายรับไม่เพียงพอ


     4.  วิธีการดำเนินการของ ศตอ.พะโต๊ะ ในการแก้ไขปัญหา
                     หลังจากทราบปัญหาของครอบครัว นางจันทรา เหล็กดำ ทาง ศตจ.อ.พะโต๊ะได้เข้าไปช่วยเหลือแนะนำในการประกอบอาชีพและได้ดำเนินการสอบถามความประสงค์ของนางจันทรา ว่ามีความประสงค์ให้ ศตจ.อำเภอ ช่วยเหลือในด้านใดบ้าง เพื่อจะให้มีรายได้เพิ่มขึ้น  ทางศตจ.อำเภอ ได้มีการอบรมแนะนำอาชีพต่าง ๆ ให้หลายอาชีพ เพื่อให้มีรายได้เพียงพอและมีรายได้เกิน 20,000 บาท/ปี  
                      นางจันทรา  เหล็กดำ ได้ขอความช่วยเหลือเป็นเครื่องตัดหญ้าจำนวน          1 เครื่อง เพื่อจะนำไปให้สามีและบุตรใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพรับจ้างตัดหญ้า และคิดว่าจะใช้เป็นเครื่องมือทุ่นแรงในการไปรับจ้างตัดหญ้าในเสร็จเร็วขึ้น และได้งานมากขึ้น  ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น


     5.  ปัญหาอุปสรรคและการแก้ไขปัญหาที่ตามมา
                       เนื่องจากสภาพภูมิอากาศของอำเภอพะโต๊ะ จะมีปริมาณฝนตกชุก ทำให้เป็นอุปสรรคในการประกอบอาชีพ ซึ่งไม่สามารถจะทำการรับจ้างได้อย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดความล่าช้าในการทำงานแต่ละครั้ง


     6.  สัมฤทธิ์ผล ที่ถือว่าเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ที่เกิดขึ้นแก่ครัวเรือน
                        หลังจากได้รับเครื่องตัดหญ้า จาก ศตจ.อ.พะโต๊ะ ไปทำการรับจ้างตัดหญ้า  นอกจากจะสามารถทำเป็นอาชีพได้แล้ว ยังสามารถตัดหญ้าในสวนปาล์มน้ำมันของตนเอง ซึ่งช่วยลดรายจ่ายของครัวเรือนเพราะไม่ต้องไปจ้างคนอื่น หรือไปเช่าเครื่องตัดหญ้า       มาตัด  ซึ่งจากผลการช่วยเหลือข้างต้นทำให้ครอบครัวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยจะเห็นได้จาก
                        6.1  มีงานรับจ้างเพิ่มขึ้น สามารถออกรับจ้างได้ มีงานเข้ามาตลอด          นอกจากรับจ้างตัดหญ้าแล้วยังรับจ้างทั่วไปอีก
                        6.2  มีรายได้เข้ามาหมุนเวียน ในครัวเรือนเพิ่มขึ้น
                        6.3  ทำให้ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น  ไม่ลำบากเหมือนที่ผ่านมา
                        6.4  สามารถนำเงินที่ได้มาไปผ่อนชำระหนี้กองทุนหมู่บ้าน ที่ไปกู้ยืมไว้ได้บางส่วน
                        6.5  ทำให้มีรายได้ผ่านเกณฑ์ 20,000  บาท/ปี หรือผ่านเกณฑ์ จปฐ.
                        6.6  ทำให้สามีและบุตร มีงานทำที่สุจริต รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์


     7.  สรุปบทเรียนที่ได้
                        จากการดำเนินการเข้าช่วยเหลือประชาชนของ ศตจ.อ.พะโต๊ะ จะเห็นได้ว่าปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จโดยตรงมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลจริง ๆ คือความร่วมมือของผู้ขอรับความช่วยเหลือและครอบครัว  จะเห็นได้จากกรณีของ นางจันทรา เหล็กดำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ครอบครัวประสบผลสำเร็จ ครอบครัวมีรายได้เพิ่มขึ้น มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น  เกิดจาก
                         7.1  ผู้นำครอบครัว มีความรับผิดชอบในการดูแลครอบครัวในเรื่องต่าง ๆ ตามอัธภาพ
                         7.2  ครอบครัวจะมีการปรึกษาพูดคุยกันและเมื่อมีปัญหาก็จะช่วยกันแก้ไข
                         7.3  เมื่อได้รับความช่วยเหลือแล้ว ต้องนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์และสามารถทำให้ตนเองมีรายได้เพิ่มขึ้น และส่งผลให้ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
                         7.4  ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลาย ๆ ฝ่าย ในการเข้าไปช่วยเหลือ    ครัวเรือนยากจน ในการให้คำแนะนำการประกอบอาชีพ ให้มีรายได้เลี้ยงครอบครัว      ตนเอง เพื่อให้พ้นจากความยากจน
                          7.5  ทุกคนในครอบครัว ต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ในการร่วมกันแก้ไขปัญหาความยากจนของครอบครัว เพื่อให้ครอบครัวตนเองพ้นความยากจนและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
                           7.6  ผู้นำหมู่บ้านต้องเข้าไปรับทราบปัญหาลูกบ้านที่อยู่ในการปกครองของตนเอง เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาเบื้องต้นก่อน และขอรับความช่วยเหลือจากบุคคล หรือหน่วยงานอื่น ๆ ต่อไป
 

.........................................................

ข้อมูลผลสำเร็จการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ (Best Practice)
อำเภอทุ่งตะโก  จังหวัดชุมพร

                 อำเภอทุ่งตะโก โดย ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนอำเภอทุ่งตะโก นายราตรี  บุญยง  นายอำเภอทุ่งตะโก เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการโดยมีการมอบปัจจัยการผลิตให้แก่ครัวเรือนยากจน ที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ จปฐ. ปี 2547 จำนวน 154 ครัวเรือน และขอเสนอครัวเรือนตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในการนำปัจจัยการผลิตที่ศูนย์ฯมอบให้ไปประกอบอาชีพและมีรายได้เพิ่มขึ้น คือ ครอบครัวของ นางสาวหนูสิน  แก่นแก้ว

1. สภาพทั่วไปของครัวเรือน
      นางสาวหนูสิน  แก่นแก้ว อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 67 หมู่ที่ 3 ตำบลทุ่งตะไคร อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร สภาพที่อยู่อาศัยเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว มีห้องนอนหนึ่งห้อง ห้องน้ำ ห้องครัว ขนาดพื้นที่บริเวณบ้าน 1 ไร่ มีเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนดของตนเอง มีสมาชิกในครัวเรือน(ตามทะเบียนบ้าน 5 คน คือ 
1. น.ส.เนตรดาว  ขาวสุข อายุ 28 ปี (บุตร)
2. นายอำนาจ  ขาวสุข  อายุ 26 ปี (บุตร)
3. นายเฉลิมพล  ขาวสุข  อายุ 15 ปี (บุตร)
4. ด.ช.คุณากร  ขาวสุข อายุ 1 ปี(หลาน)
5. น.ส.หนูสิน  แก่นแก้ว อายุ 54 ปี 
แต่มีผู้ที่อาศัยอยู่จริง จำนวน 3 คน คือ
1. น.ส.หนูสิน  แก่นแก้ว
2. นายเฉลิมพล  ขาวสุข (กำลังศึกษาอยู่ ปวช.1)
3. ด.ช.คุณากร  ขาวสุข
สถานที่ตั้งของบ้านอยู่ริมถนนลาดยาง การคมนาคมสะดวก มี

2. สภาพปัญหาของครัวเรือนที่ประสบอยู่
        1) สมาชิกในครัวเรือน เป็นเด็กอายุ 1 ปี (หลาน) เป็นภาระให้กับ น.ส.หนูสิน ไม่สามารถประกอบอาชีพได้อย่างเต็มที่
         2) น.ส.หนูสิน มีโรคประจำตัว คือ โรคความดันโลหิตสูง ต้องหาหมอเป็นประจำทุกเดือน
         3) มีบุตรชายกำลังศึกษาอยู่ชั้น ปวช.1 ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง
         4) มีหนี้สินในระบบ คือ ธนาคารออมสิน และได้จดทะเบียนปัญหาสังคมและความยากจนเชิงบูรณาการ (สย.6) ไว้กับศูนย์ฯ

3. แนวคิดการจัดการแก้ไขปัญหา
          1) จัดให้มีการฝึกอบรมครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ จปฐ.จากฐานข้อมูลปี 2547
จำนวน 307 ครัวเรือน มีผู้เข้าร่วมโครงการ 154 ครัวเรือน
          2) แนะนำอาชีพเสริม
          3) มอบปัจจัยการผลิตเพื่อนำไปประกอบอาชีพ

4. วิธีดำเนินการของ ศตจ.อ.ทุ่งตะโก ในการแก้ไขปัญา
         ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนอำเภอทุ่งตะโก ได้บูรณาการกับส่วนราชการต่าง ๆ ในการหาทางแก้ปัญหาให้กับครัวเรือนยากจน ซึ่งอำเภอทุ่งตะโก มีผู้มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ จปฐ. ปี 2547 จำนวน 154 คน ในปี 2548 มีผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อขอรับปัจจัยการผลิต จำนวน 154 คน ครัวเรือนของ น.ส.หนูสิน เป็นหนึ่งใน 154 ครัวเรือน ได้ขอรับการช่วยเหลือ คือ อุปกรณ์ในการค้าขาย (ข้าวต้ม,ก๋วยเตี๋ยว) ประกอบด้วย หม้อเบอ 40 1 ใบ โต๊ะพร้อมเก้าอี้ จำนวน 12 ตัว ร่มผ้าใบขนาดใหญ่ จำนวน 2 คัน เตาแก๊ส จำนวน 1 ชุดโดยขายที่หน้าบ้านของตน เพราะบ้านอยู่บริเวณหน้าโรงเรียนชุมชนธรรมถาวร โดยสำนักงานพัฒนาชุมชน เป็นผู้ประสานงานในการให้คำแนะนำในการประกอบอาชีพ  

5. สัมฤทธิ์ผลที่ถือว่าเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ที่เกิดขึ้นแก่ครัวเรือน
               จากการติดตามผลการช่วยเหลือพบว่า ครัวเรือนมีรายได้เพิ่มขึ้น มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถมีเงินไปชำระหนี้สินเป็นรายเดือนได้

 

...........................................